กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพที่มาในคราบของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีรูปแบบการหลอกลวงที่แยบยลและหลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน พร้อมแนะนำช่องทางการช่วยเหลือและแจ้งเบาะแสเพื่อป้องกันความสูญเสีย
ภัยออนไลน์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ: จากข้อมูลล่าสุดพบว่ามิจฉาชีพได้ใช้กลโกงในหลายลักษณะ ดังนี้:
- การหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย: การแฮกลิงก์ไลน์เพื่อนเพื่อทักมาขอยืมเงิน, การสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นผู้บริหารหรือหัวหน้างานเพื่อสั่งโอนเงิน, และการใช้ AI สร้างภาพผู้ป่วยปลอมเพื่อหลอกรับเงินบริจาค
- กลโกงการลงทุนและงานเสริม: การชักชวนลงทุนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ที่อ้างกำไรสูงเกินจริง, งานเสริมทำที่บ้าน เช่น พับถุงกาแฟ ที่เรียกเก็บค่าสมัครล่วงหน้า, และการหลอกไปทำงานต่างประเทศที่สุดท้ายถูกกักขังบังคับใช้แรงงาน
- มหันตภัยช้อปปิ้งออนไลน์: เพจประมูลทิพย์ที่ใช้หน้าม้าปั่นราคา, การขายถ่านไฟฉายปลอมที่ไม่มีมาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ, และการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหลอกให้ทำภารกิจเพื่อรับเงินปันผล
- ภัยใกล้ตัวจากเทคโนโลยี: เตือนการชูสองนิ้วในภาพถ่ายที่อาจถูกมิจฉาชีพนำลายนิ้วมือไปสร้างข้อมูลปลอมได้ และมัลแวร์ "JSceal" ที่แฝงตัวมากับลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลสำคัญในโทรศัพท์
ช่องทางการช่วยเหลือและแจ้งเหตุ: หากประชาชนตกเป็นเหยื่อหรือพบเบาะแส สามารถดำเนินการได้ดังนี้:
- CIBbot: ระบบ AI แชทบอทอัจฉริยะที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายเบื้องต้น ช่วยแนะนำขั้นตอนการแจ้งความ การเตรียมเอกสาร และหน่วยงานที่รับผิดชอบแบบ One Stop Service ผ่านเว็บไซต์ cib.go.th/sipbot
- สายด่วน AOC 1441: ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ที่พร้อมประสานงานช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง
- การแจ้งเบาะแสเฉพาะกรณี:
- ร้านค้าฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงโครงการรัฐ แจ้งสายด่วน 02-111-1122
- กรณีพบการขายของปลอม แจ้งได้ที่ Inbox ของเพจ ตำรวจสอบสวนกลาง
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย: "คิดก่อนคลิก" คือคาถาสำคัญในการป้องกันตนเอง ไม่กดลิงก์แปลกหน้า ไม่ติดตั้งแอปนอก Store ตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชีธนาคารก่อนโอนเงินทำบุญหรือซื้อสินค้าผ่าน thaipoliceonline.go.th และพึงระลึกเสมอว่า "อย่าเชื่อทุกอย่างบนโลกออนไลน์" เพราะสิ่งที่เห็นหรือได้ยินอาจไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) "มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน"